×

สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย > บทความทางวิชาการ > แร่แคลไซต์กลางทุ่งนา

แร่แคลไซต์กลางทุ่งนา

ภาพประกอบเน้นคน ไม่เกี่ยวกับในเรื่องนะครับ

วิกฤติทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในปีพ.ศ.2540 หรือที่รู้จักคุ้นเคยกันในชื่อ”วิกฤติต้มยำกุ้ง” ทำให้เกิดภาวะข้าวยากหมากแพง ส่งผลกระทบไปทั่ว ธุรกิจมากมายที่ต้องล้มหายตายจากหรือเปลี่ยนมือให้นายทุนจากต่างชาติมาถือครองแทน วงการเหมืองแร่ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน นายเหมืองหน้าเก่าแค่ประคองตัวให้ผ่านวิกฤติก็เพียงพอแล้ว ส่วนนายเหมืองหน้าใหม่ไม่ได้เเกิดแน่นอน เมื่อสถานการณ์เริ่มทุเลา ธุรกิจหลายอย่างก็เริ่มโงหัวขึ้นรวมถึงด้านเหมืองแร่อโลหะด้วย ส่วนเรื่องแร่โลหะก็คงต้องวิ่งวนอยู่ก้นเหวต่อไป ไม่ใช่เพราะว่าแหล่งแร่โลหะหมดไปแล้ว แต่เป็นเพราะอุปสรรคที่รุนแรงจากการรณรงค์ต่อต้านผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมโดยไม่มีการวิเคราะห์ผลได้ผลเสียอย่างเที่ยงธรรม

ปลายปีพ.ศ.2543 ได้รับการติดต่อให้ไปสำรวจแร่แคลไซต์ ที่บ้านโคกตูม ลพบุรี โดยนายเหมืองหน้าใหม่มีโครงการก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมเคมีที่ใช้แร่แคลไซต์เป็นวัตถุดิบหลัก ได้บอกให้เขาเตรียมใจสำหรับความผิดหวัง เพราะพื้นที่นี้มีบริษัทใหญ่มากได้ทำเหมืองแคลไซต์มานานแล้ว เขาคงสำรวจและขออาชญาบัตรสำรวจแร่ครอบคลุมพื้นที่ศักยภาพสูงไว้หมด ที่เว้นว่างไว้คงเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสเจอแร่แคลไซต์ต่ำมาก

แคลไซต์คือแร่ที่มีส่วนประกอบทางเคมีของแคลเซี่ยมคาร์บอร์เนต เป็นแร่ประกอบหินหลักของหินปูนและหินอ่อน แร่แคลไซต์ เกรดเคมี นําไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ยา อุตสาหกรรมเคมีต่างๆ สารตัวเติม สี และกระดาษ เกณฑ์มาตรฐานที่กําหนดให้แคลไซต์และหินปูนเป็นเกรดเคมีคือต้องมีค่าองค์ประกอบของแคลเซียมออกไซด์มากกว่าร้อยละ 55.4 หรือมีปริมาณของแคลเซียมคาร์บอเนต มากกว่าร้อยละ 99 และมีค่ามลทินขององค์ประกอบตัวอื่นๆ ต่ำมาก

การเกิดแหล่งแร่แคลไซต์เกรดเคมีมีหลายแบบแต่ที่เป็นแหล่งใหญ่แบบที่พบบริเวณบ้านโคกตูม เกิดจากกระบวนการแปรสัมผัส โดยหินปูนที่มีมลทินต่ำ อายุ270 ล้านปี ( ยุคเพอร์เมียน )ได้รับความร้อนจากหินอัคนีแทรกซอน อายุ 230-250 ล้านปี. (ยุคเพอร์โม ไทรแอสซิก) ที่แทรกดันขึ้นมาจากใต้โลก ทำให้หินปูนมีการตกผลึกใหม่แปรเปลี่ยนเป็นแร่แคลไซต์ ดังนั้นการหาแหล่งแร่แคลไซต์ที่บ้านโคกตูม จึงต้องหาบริเวณที่หินปูนสัมผัสอยู่กับหินอัคนีแทรกซอน

เมื่อได้ลงพื้นที่พร้อมกับเจ้าของโครงการ เขาชี้ให้ดูพื้นที่สำรวจ เห็นแล้วตกใจมากเพราะพื้นที่เป้าหมายขนาด 100 กว่าไร่ เป็นทุ่งนาทั้งหมด ไม่มีเนินเขา ไม่มีหินโผล่ให้เห็น อยู่ห่างจากเหมืองแร่แคลไซด์ที่เปิดดำเนินการอยู่แล้ว 2-3 กิโลเมตร เริ่มหนักใจมากว่าจะสำรวจอย่างไรดี หลักการสำรวจแร่คือต้องเข้าใจสภาพธรณีวิทยาในพื้นที่ รู้ว่าแร่เป้าหมายมีกระบวนการเกิดอย่างไร เดินสำรวจวัดทิศทางการวางตัวของชั้นหิน แร่ เก็บตัวอย่างหินโผล่ กำหนดจุดลงในแผนที่ เพื่อจัดทำแผนทึ่ธรณีวิทยารายละเอียด เพื่อวางแผนการสำ
รวจธรณีฟิสิกซ์และเจาะสำรวจต่อไป แต่พื้นที่นี้ไม่มีหินโผล่เลย จะบอกให้สำรวจธรณีฟิสิกซ์ก็ใช่ที่ เพราะค่าใช้จ่ายสูงและยังไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน เอาแผนที่ธรณีวิทยามาตราส่วน 1:250,000 ของกรมทรัพยากรธรณีมาศึกษา พบว่าบริเวณนี้เป็นตะกอนเนินตะพัก มีหินปูนยุคเพอร์เมียนอยู่ห่างออกไปทางใต้ประมาณ 3 กิโลเมตรและมีหินอัคนีแทรกซอนอยู่ใกล้กัน จึงเป็นไปได้ที่จะมีแนวสัมผัสระหว่างหินปูนและหินอัคนีแทรกซอนอยู่ในบริเวณพื้นที่เป้าหมาย คงต้องหาวิธีสำรวจแร่เบื้องต้นแบบนอกตำรา ตัดสินใจเดินลุยทุ่งนาที่ส่วนใหญ่เป็นดินเหนียวปนทราย มีน้ำท่วมขังอยู่ โชคดีเป็นของเจ้าของโครงการ เริ่มพบเศษหินก้อนขนาดเท่ากำปั้น รู้ว่าหินเหล่านี้ไม่ได้อยู่กับทึ่ ไม่สามารถวัดทิศทางการวางตัวชั้นหินได้ แต่ก้อนหินเหล่านั้นก็มาไม่ไกลหรอก คงไม่มีใครหยิบมาจากที่อื่นแล้วมาโยนทิ้งในทุ่งนา หินก้อนแรกที่พบเป็นหินอัคนีแทรกซอนชนิดไดออไรต์ ต่อมาเจอก้อนแร่แคลไซต์ เริ่มนำมาใส่ตำแหน่งที่พบลงในแผนที่มาตราส่วน1:10,000 ที่ขยายมาจากแผนที่ภูมิประเทศมาตรส่วน 1:50,000 ของกรมแผนที่ทหาร ไม่น่าเชื่อว่า 2วันเต็มที่เดินย่ำโคลนอยู่ในทุ่งนา เก็บหินได้หลายก้อน พอมองเห็นขอบเขตระหว่างหินอัคนีแทรกซอนและแร่แคลไซต์ จึงกำหนดจุดเจาะสำรวจ รวม 8 หลุม ความลึกหลุมละ 50 เมตร แต่ถ้าเจาะลงไปแล้วพบว่าเป็นหินอัคนีแทรกซอนก็ให้หยุดทันที ผลสำรวจทำให้พบแหล่งแร่แคลไซต์ในพื้นที่เป้าหมาย ปริมาณมากพอที่จะทำเหมืองได้ ภารกิจเสร็จสิ้นอย่างมีความสุข และไม่มีโอกาสผ่านไปแถวนั้นอีกเลย

ปลายปีพ.ศ.2546 ได้มีโอกาสไปตรวจสอบน้ำมันสูตรพิศดาร ของสำนักสงฆ์ถ้ำกระบอกที่โด่งดังมาจากการเป็นสถานที่บำบัดผู้ติดยาเสพติดจนอาจารย์จำรูญ ปานจันทร์ เจ้าอาวาสองค์ก่อนได้รางวัลแมกไซไซ ในปี 2518 เมื่อเสร็จภารกิจที่ใช้เวลาไม่ถึง2ชั่วโมง เลยถือโอกาสวิ่งเลยไปที่บ้านโคกตูมที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึง20กิโลเมตร ตื่นตลึงที่ได้เห็นบ่อเหมืองแคลไซต์ในพื้นที่ที่เคยมาสำรวจเมื่อเกือบ5ปีก่อน ได้เห็นโรงงานใหญ่โผล่ขึ้นมา มีคนทำงานจำนวนมาก หยุดมองอยู่เป็นเวลานานพอควร บังเกิดความปิติขึ้นมาในใจของนักธรณีวิทยาคนหนึ่งที่มีส่วนสร้างงานให้คนในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของบ้านโคกตูมได้เป็นอย่างดี แม้ไม่มีใครรู้และก็ไม่ได้ต้องการให้ใครมารู้ แต่ขอเก็บความภาคภูมิใจไว้กับตัวเองที่ได้ใช้องค์ความรู้ทางธรณีวิทยาค้นหาทรัพยากรแร่กลางทุ่งนาจนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้

เลิศสิน รักษาสกุลวงศ์
10 กรกฎาม 2565

คำเตือน

– บทความนี้ นำมาจากแนวคิดนักวิชาการที่มีการนำเสนอผ่านสื่อที่น่าสนใจ นำมารวบรวมเพื่อใช้ประกอบในการศึกษาด้านธรณีวิทยา และใช้แลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อเรียนรู้ในงานด้านธรณีวิทยา (Geology) ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือประกอบในทางกฏหมายได้ โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งที่มาข้อมูลอีกครั้ง

Follow us!