Custom Search
ไปหาหลักฐานเพื่อยืนยันทิศทางการไหลของแม่น้ำโบราณสมัยไดโนเสาร์ครองอีสานกันเหอะ (ตอนฝันสลาย)

โดย อาจารย์นเรศ สัตยารักษ์ : https://www.facebook.com/nares.sattayarak
 
ยามใดที่เห็นชั้นเฉียงระดับ นักธรณีวิทยาจะอดไม่ได้ที่ต้องควักเข็มทิศออกมาวัดทิศทางและการวางตัวของมัน แล้วนำไปเปรียบเทียบกับการวางตัวของชั้นหิน ซึ่งจะทำให้พวกเขาพอจะทราบว่า ชั้นเฉียงระดับที่พบนี้ มีทิศทางการไหลของกระแสอย่างไร แต่หากสังเกตได้ว่าชั้นเฉียงระดับนี้เกิดจากแม่น้ำโค้งตวัด (meandering stream) เขาจะไม่ใส่ใจกับข้อมูลที่ได้นี้มากนัก เพราะไม่มีความมั่นใจเลยว่า เขากำลังวัดตอนแม่น้ำโค้งกลับหรือเปล่า แต่สำหรับแม่น้ำที่จัดว่าเป็นแม่น้ำประสานสาย (braided stream) แล้ว เขาจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะแม่น้ำชนิดนี้ จะมีระดับความชันของลำน้ำ โดยจะไหลจากที่สูงกว่าลงไปหาที่ต่ำ ลำน้ำจึงจะไม่บิดโค้งออกจากแนวรวมมากนัก (ตัวอย่างเช่น หินทรายของหมวดหินภูพานกับพระวิหาร ในขณะหินทรายในหมวดหินหมวดอื่นๆ จะเกิดจากแม่น้ำโค้งตวัดเกือบทั้งหมด) ยิ่งไปกว่านี้ ในกรณีแม่น้ำประสานสาย เราจะสามารถคาดเดาลักษณะทางภูมิศาสตร์ของแอ่งสะสมตะกอนนั้นๆ ได้เลยเชียวแหละ
ถ้าชั้นเฉียงระดับเป็นแบบแผ่น การวัดก็ไม่ยากเย็น เพราะทุกชั้นย่อยย่อมจะเอียงไปทิศทางเดียวกัน แต่ถ้าเป็นชั้นเฉียงระดับแบบร่อง เราจะวัดเฉพาะส่วนกลางของมัน เพราะจะแสดงทิศทางของกระแสที่แท้จริง แต่หากหินโผล่ไม่ชัดเจนพอ ก็วัดทุกตัวที่เห็นและสามารถวัดได้ เพราะถึงแม้ว่า ชั้นหินเฉียงระดับแบบร่องจะเอียงเทแตกต่างกันได้ถึง 180 องศา การที่เราวัดให้ได้ถึง 100 ค่าต่อหนึ่งหินโผล่ ก็จะหารเฉลี่ยกัน จนได้ทิศทางการไหลที่ถูกต้องของกระแสในท้ายสุด
จากการสำรวจวัดทิศทางการไหลของแม่น้ำที่ก่อให้เกิดหินทรายของหมวดหินพระวิหาร และภูพานนั้น จะพบว่า แม่น้ำสมัยนั้นๆ ส่วนใหญ่ไหลจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันออก ไปสู่ทิศตะวันตก การเดินขึ้นภูกระดึงเส้นทางใหม่นี้ จะเป็นโอกาสให้เราได้พบชั้นเฉียงระดับบริเวณใหม่เพิ่มขึ้น และศึกษาหาทิศทางการไหลของแม่น้ำในสมัยนั้นว่า ไหลไปทิศตะวันตก สอดคล้องกับแผนที่ที่ Booth and Sattayarak เคยตีพิมพ์มาแล้วหรือไม่
ของแถมพิเศษใส่ไข่ไดโนเสาร์สำหรับวันนี้ ก็คือ ชั้นเฉียงระดับที่เกิดจากแม่น้ำประสานสาย เช่นในหินทรายปนกรวดของหมวดหินภูพาน มักจะพบเม็ดกรวดวางตัวตามชั้นเฉียงระดับ และตามพื้นล่างของชั้นหิน เพราะว่าแม่น้ำประเภทนี้ มีกระแสน้ำที่รุนแรง สามารถพัดพาเม็ดกรวดมากับทรายได้เป็นจำนวนมาก จากการศึกษาของข้าพเจ้า สามารถกล่าวได้ว่า เม็ดกรวดในหมวดหินภูพานที่พบทางด้านตะวันออก และตะวันออกเฉียงเหนือของอีสานนั้น จะมีขนาดใหญ่ได้ถึง 6 เซ็นติเมตร ประกอบด้วยกรวดของหินหลายชนิด เช่น หินทราย หินอัคนี ทั้งแบบแทรกซอน และแบบพุ หินแปร หินเชิร์ต และแร่ควอรตซ์ เพราะว่าอยู่ใกล้ต้นน้ำ แต่ทางปลายน้ำ เช่นที่ชัยภูมิ หรือนครราชสีมา รวมทั้งที่ภูกระดึง เม็ดกรวดจะมีขนาดเล็กลง โดยส่วนใหญ่จะไม่เกิน 2 เซนติเมตร และเหลือแต่กรวดของควอรตซ์ กับเชิร์ต เพราะกรวดชนิดอื่นจะถูกกัดเซาะแตกสลายไปก่อน เหลือแต่สองเกลอหัวแข็งที่มีความคงทนต่อการกัดเซาะผุพังทำลายสูงกว่า ฉะนั้นแล้ว การปีนภูกระดึงเส้นทางใหม่ครั้งนี้ เราก็ควรจะพบแต่เม็ดกรวดของควอรตซ์ และเชิร์ตขนาดเล็กกว่า 2 เซนติเมตร (แต่หากผู้ใดพบเม็ดกรวดหินแกรนิตขนาด 4-5 เซนติเมตรละก็ โกรธกันตายเลยหละ พี่น้อง)
ป.ล. เสื้อผ้าก็เตรียมใส่กระเป๋าเดินทางไว้แล้ว อุปกรณ์จำเป็นสำหรับการเดินป่าและนอนเต็นท์บนยอดภู ก็เตรียมแล้ว ปั่นจักรยานทั้งตามรอบเล็กของหมู่บ้านและที่ฟิตเนส ครั้งละ 10 กิโลเมตร เดินสายพานในระดับความชัน 3-18 เป็นระยะทาง 4 กิโลเมตร ก็ปฏิบัติแทบจะเรียกว่า วันเว้นวัน อนิจจา เจอประกาศ ศบค. วันที่ 3 มกราคม 2564 ความฝันก็พังพินาศ เพราะว่าอุทยานไดโนเสาร์ลาดปลาดุกบ้านข้าพเจ้านั้น ถูกจัดให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด พู่นแหล้ว
เฮ้ย โควิด 19 โว้ย กูเกลียดมึง !!!!!!!!!!!
 
 หินทรายปนกรวดและหินกรวดมนของหมวดหินภูพานที่ลานพระอินทร์ ปากเซ ลาว โปรดสังเกตว่ามีเม็ดกรวดในปริมาณสูงมาก และมีขนาดโดยเฉลี่ยใหญ่กว่า 3 เซนติเมตร
หินทรายปนกรวดและหินกรวดมนของหมวดหินภูพานที่พระพุทธบาทภูชาติ ชัยภูมิ ชั้นเฉียงระดับแสดงว่าแม่น้ำที่ก่อให้เกิดชั้นทรายเหล่านี้ไหลไปทางทิศตะวันตก เม็ดกรวดที่พบมีขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร และมีแต่กรวดของควอรตซ์กับเชิร์ตเท่านั้น
หินทรายปนกรวดและหินกรวดมนของหมวดหินภูพานที่ลานเนินดาวตก ดงหลวง มุกดาหาร มีขั้นเฉียงระดับที่ระบุว่า แม่น้ำโบราณไหลไปสู่ทิศตะวันตก พบเม็ดกรวดขนาดใหญ่ถึง 6 เซนติเมตร ประกอบด้วยกรวดของหินหลากหลายชนิด รวมทั้งของควอรตซ์และเชิร์ต
หินกรวดมนของหมวดหินภูพานที่สามพันโบก อุบลราชธานี เม็ดกรวดที่อยู่ด้านบนค่อนไปทางขวาของแว่นตา (วันนั้นลืมค้อนครับ ท่านสารวัตร) เป็นหินทราย ค่อนข้างเหลี่ยม มีความกลมมนน้อย และมีขนาดใหญ่มากกว่า 7 เซนติเมตร
แผนที่แสดงความหนาของกลุ่มหินโคราชจากหมวดหินภูพานลงไปถึงฐานของหมวดหินน้ำพอง (โปรดสังเกตว่าความหนารวมสูงสุดจะอยู่ในแนวประมาณตะวันออกเฉียงเหนือ -ตะวันตกเฉียงใต้ หรือเส้นลากระหว่างขอนแก่นกับอุบลราชธานี ลูกศรสีแดงและน้ำเงินคือเส้นแสดงทิศทางการไหลของแม่น้ำโบราณที่วัดจากชั้นเฉียงระดับของหมวดหินพระวิหาร และภูพานตามลำดับ 

---------------------------------------------

คำเตือน

- บทความนี้ นำมาจากแนวคิดนักวิชาการที่มีการนำเสนอผ่านสื่อที่น่าสนใจ นำมารวบรวมเพื่อใช้ประกอบในการศึกษาด้านธรณีวิทยา และใช้แลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อเรียนรู้ในงานด้านธรณีวิทยา (Geology) ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือประกอบในทางกฏหมายได้ โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งที่มาข้อมูลอีกครั้ง

------------------------------------------------

รวบรวมข้อมูล เกียรติพงษ์ อุดมธนะธีระ 

#GST

.

www.iok2u.com | Link2 | Link3

.

Copyright © 2014. All Rights Reserved.

เว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST) ไม่สามารถใช้อ้างอิงในทางกฏหมาย โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งที่มาข้อมูลอีกครั้ง

ที่ทำการสมาคม กรมทรัพยากรธรณี ถนนพระราม 6 ราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

Line@: @gstorth / Email: gstorth@gmail.com / Website: www.gst.or.th / Fanpage: https://www.facebook.com/gstorth

ภายใต้การดูแลของ สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST)

พัฒนาเว็บไซต์โดย เกียรติพงษ์ อุดมธนะธีระ / udomtanateera_k@hotmail.com / LineID: Rainubon>